ปลูกป่า หรือปลูกต้นไม้หน้าแล้งอย่างไรให้ต้นไม้อยู่รอดได้ 

 

       การปลูกป่า หรือ ปลูกต้นไม้ในหน้าแล้งจะประสบปัญหาใหญ่คือ ต้นไม้ที่ปลูกตายเนื่องจากขาดน้ำ หรือแม้กระทั่งการปลูกยางพาราในหน้าแล้งก็จะประสบปัญหา เกษตรกรจะต้องคอยรดน้ำอยู่เรื่อยๆ ทำให้เปลืองทั้งแรงงาน และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

       ดังนั้นจึงได้มีการนำ โพลิเมอร์อุ้มน้ำ หรือที่เราท่านจะคุ้นหน้าคุ้นตาดีในชื่อที่เรียกว่าดินวิทยาศาสตร์ (ร้านขายต้นไม้จะนำมาผสมสีต่างๆให้สวยงามเอาไว้ปลูกไม้ประดับในโถแก้วเช่นต้นกวนอิม ต้นพลูด่าง หรือว่านหางจรเข้) ซึ่งเป็นสารสังเคราระห์โพลิเมอร์ที่เป็นโพแทสเซียมเบส มีลักษณะเป็นผงขาวๆ เมื่อเรานำไปละลายน้ำ โพลิเมอร์จะดูดน้ำอย่างรวดเร็วและมีลักษณะคล้ายๆวุ้น โดยจะดูดน้ำได้ 200-400 เท่า ภายใน 5 นาที ขึ้นอยู่กับน้ำที่นำมาใช้ด้วย เมื่อแช่ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงจะสามารถพองตัวได้เต็มที่ ให้เรานำโพลิเมอร์ที่ดูดน้ำเต็มที่แล้วไปใส่รองกุ้นหลุมๆละประมาณ 1 ลิตร รากต้นไม้จะมีแรงดึงน้ำที่ดีกว่าโพลิเมอร์ ดังนั้นต้นไม้จึงสามารถดูดน้ำไปใช้ได้ ซึ่งหากใช้ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง หรือหน้าแล้ง ก็จะช่วยให้เราไม่ต้องรดน้ำต้นไม้ แต่ต้นไม้ก็สามารถอยู่รอดได้ โดยโพลิเมอร์จะมีอายุประมาณ 2-3 ปี และสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เมื่อย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นธาตุโพแทสเซียม

         ปัจจุบันมีการนำโพลิเมอร์ไปใช้กับพืชหลายชนิดในเขตพื้นที่แห้งแล้งเช่น ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง อ้อย ไม้กระถางหรือถุงเพาะชำ เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติในการดูดเก็บน้ำจึงเสมือนมีแหล่งน้ำในดิน ซึ่งพืชจะได้ใช้ในยามที่ดินขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้ต้นพืชเจริญเติบโตและลดอัตราการตายเนื่องจากภัยแล้งได้ 80-99%  ราคาก็ไม่แพงอยู่ที่กิโลกรัมละ 400 – 500 บาท ซึ่งโพลิเมอร์ 1 กิโลสามารถละลายน้ำได้ 200 ลิตร

Comment

Comment:

Tweet